อัตราความเสี่ยงในการลงทุนทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ขึ้นชื่อว่าการลงทุนไม่ว่าจะเป็นการลงทุนประเภทไหน ก็มักจะเจอกับคำเตือนบ่อย ๆ ว่า “ การลงทุนมีความเสี่ยง ” นักลงทุนบางคนมักจะมองเห็นแต่เรื่องผลกำไรที่เราจะได้ในอนาคตแต่ไม่ได้มองเรื่องอุปสรรคหรือความเสี่ยงที่จะพบได้ระหว่างทาง นั่นทำให้ท้ายที่สุดไม่ได้ผลเป็นไปตามที่คิดหลายรายมักจบด้วยการขาดทุน เนื่องจากความเสี่ยงทางธุรกิจนั้นมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยไม่ใช่แค่ตัวผู้ประกอบการและผู้ซื้อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ก็ยังมีตัวแปรในเรื่อง กฎหมาย เศรษฐกิจ ที่ตั้งทำเลต่าง ๆ ที่เข้ามามีบทบาทในการทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่นักลงทุนควรจะต้องศึกษาข้อมูลเพื่อรับมือกับปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที เพื่อประกอบการลงทุนเราก็มีอัตราความเสี่ยงมาเป็นข้อมูลให้นักลงทุนได้ศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้นกัน
1. ความเสี่ยงด้านการเงิน – อย่างที่ทราบกันว่าค่าเงินในแต่ละช่วงเวลานั้นมีค่าที่ต่างกัน และอัตราดอกเบี้ยในการกู้เงิน ก็มีผลในการนำเงินมาลงทุนทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะหากเป็นช่วงที่ดอกเบี้ยสูงก็จะมีผลให้นักลงทุนไม่กล้าเข้ามาลงทุน ก็จะทำให้ธุรกิจขาดช่วงไปได้ หากไม่คำนึงถึงความเสี่ยงด้านนี้แล้วก็อาจจะทำให้ไม่ได้ผลกำไรที่เป็นไปตามความต้องการ
2. ความเสี่ยงด้านกำลังซื้อ – อย่างที่ทราบกันดีว่าการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นธุรกิจที่ใช้กำลังเงินในการลงทุนทุนที่สูงมาก หากเราจำเป็นต้องหาแหล่งเงินทุนโดยการกู้ยืมก็ควรศึกษาเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจเพื่อไม่ให้อัตราดอกเบี้ยเกิดความปั่นป่วน


3. ความเสี่ยงทางด้านภัยธรรมชาติ – ภัยธรรมชาติเป็นอีกความเสี่ยงหนึ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้และสามารถสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจเป็นอย่างมาก หากเราต้องการทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ก็ควรจะศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์และการเกิดภัยพิบัติเพื่อรับมือและหาแนวทางการป้องกันไว้ล่วงหน้า
4. ความเสี่ยงของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น – การลงทุนเกี่ยวกับทางด้านนี้ปัจจุบันได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นทำให้เกิดปัญหาของการมีนักลงทุนมากกว่าผู้เช่าซื้อ จนทำให้เกิดปัญหาความต้องการขายมากกว่าคนต้องการซื้อจนทำให้ราคาต่ำลง หรือ อาจเกิดปัญหาหาคนเช่าซื้อไม่ได้นั่นเอง
5. ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับโครงการที่ลงทุนด้วย – ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันก็มีผู้ประกอบรายใหม่เข้ามาทำธุรกิจเป็นจำนวนมากซึ่งในบางโครงการก็มักจะขาดประสบการณ์ในการโปรโมทดึงดูดลูกค้าจนทำให้ไม่มีผู้มาเช่าซื้อจนทำให้เงินที่ลงทุนถูกใช้ไปโดยไม่เกิดกำไร เป็นผลให้ต้องมีเรื่องฟ้องร้องกันไปตามกฎหมายซึ่งนั่นทำให้เสียเวลาเสียเงินไปโดยไร้ประโยชน์
จากที่เรากล่าวมาทั้งหมด นั่นทำให้เห็นว่าทุกท่านที่กำลังสนใจจะลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก่อนตัดสินใจอะไรเกี่ยวกับการลงทุนก็ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วนเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุดนั่นเอง